ความเซอร์กับการหายไปของร้านเสื้อผ้ามือสอง

เมื่อนานมาแล้ว หากใครจำได้ครั้งหนึ่งเมืองไทยเราเคยมีแฟชั่นฮิตเฉพาะทางที่เป็นแบบฉบับของเราเองอยู่เหมือนกัน เรามีสไตล์แฟชั่นที่กำหนดขึ้นมาเองซึ่งวัยรุ่นประเทศอื่น ๆ ไม่สามารถทำตามได้ เป็นแฟชั่นแบบไทยสไตล์ที่ไม่ตามใครแม้ว่ากระแสแฟชั่นของโลกจะเทไปทางการแต่งตัวของบอยแบนด์หรือเกิร์ลกรุ๊ปยุค 90 ก็ตาม แต่ในเมืองไทยก็ยังไม่ได้รับความนิยมเท่าสไตล์ “เซอร์” แฟชั่นอันไร้ขอบเขตที่ครั้งหนึ่งเคยฮิตระเบิดระเบ้อ

ความเซอร์ถ้าจะแปลเป็นภาษาสมัยนี้ก็คงประมาณว่าโลกส่วนตัวสูงหรือคนอารมณ์ติสท์นั่นเอง ทว่าก็ไม่มีใครทราบที่มาว่าการสวมใส่เสื้อผ้าเก่า ๆ ปอน ๆ ดูขัดสนประกอบกับไว้ผมยาวกระเซอะกระเซิง สวมสร้อยตามคอตามแขนพะรุงพะรัง เหตุไฉนถึงถูกเรียกขานว่าเซอร์? เซอร์ดูจะเป็นคำบัญญัติขึ้นมาเองในหมู่วัยรุ่นยุคนั้นซึ่งไม่ได้มีรากศัพท์มาจากภาษาใดเป็นตัวตั้ง เหมือนกับคำฮิตอีกคำที่มาจากยุคเดียวกันอย่าง “จ๊าบ” ที่คิดค้นขึ้นมาโดยตลกคาเฟ่นั่นเอง เป็นที่ทราบโดยทั่วกันว่าคำเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องค้นหาที่มา ไม่จำกัดความหมาย รู้แต่ว่าพอได้เอื้อนเอ่ยออกไปแล้วมันได้อารมณ์สุด ๆ ก็พอ กลับมาที่แฟชั่นเซอร์กันต่อ สไตล์แฟชั่นแบบเซอร์ ๆ ที่ว่านี้ทำให้ยุคหนึ่งเสื้อผ้าที่ดูเก๋า ๆ อย่างยีนส์สีสนิม ยีนส์สีซีด รองเท้าผ้าใบเก่า ๆ หรือเสื้อแถมเครื่องดื่มชูกำลังเป็นอะไรที่เท่สุด ๆ วัยรุ่นทั่วทุกหัวระแหงต่างถวิลอยากเป็นหนุ่มมาดเซอร์สาวมาดเซอร์กันแทบทั้งสิ้น นั่นจึงทำให้ร้านเสื้อผ้ามือสองผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดและขายดีเป็นเทน้ำเทท่ายิ่งกว่าเสื้อผ้าใหม่แบรนด์ดังจากห้างเสียอีก

ความคลั่งไคล้ในความเซอร์ไม่ได้หยุดอยู่แค่แฟชั่นเท่านั้น แม้แต่การเล่าเรียนศึกษาก็ด้วยหากใครอยากคีพลุคเซอร์ให้สมจริงแน่นอนว่าไม่เรียนศิลป์ก็ต้องเรียนสถาปัตย์ถึงจะกลมกลืนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน จะมาเรียนบัญชี แพทย์หรือนิติฯก็คงกระไรอยู่เพราะสาขาเหล่านี้คือวิชาชีพที่ต้องการความน่าเชื่อถือครั้นจะไว้ผมยาวทำตัวเซอร์ ๆ ก็คงไม่งามนัก แม้แฟชั่นการแต่งตัวให้ดูเซอร์จะง่ายและสุดจับฉ่ายแค่หยิบชุดเก่า ๆ หรือเสื้อผ้าแนววินเทจมาสวมใส่ก็ดูเซอร์แล้วแต่ทว่าการจะเซอร์ให้ยังดูดีก็เป็นอะไรที่ยากพอสมควร ว่ากันตามจริงคนผิวพรรณดีหน้าตาดีเป็นทุนแม้จะอยู่ในสภาพปอน ๆ ก็ยังดูน่าสนใจ แต่กลับกันคนสีผิวเข้มหยาบกร้านอยู่ในลุคเช่นนั้นกลายเป็นว่าคาบเกี่ยวระหว่างเส้นแบ่งของความเซอร์กับความสกปรกไปเสียฉิบ และความเข้ากันได้ยากนั้นนำมาซึ่งการล่มสลายของวัฒนธรรมสุดฮิตนี้หลังยุคสองพันต้น ๆ แล้วความเซอร์ก็ไม่หวนกลับมาอยู่ในกระแสอีกเลยนับจากนั้น

หมดยุคนิยมความเซอร์ เสื้อผ้ามือสองเองก็เห็นทีจะเป็นขาลง หลายร้านปิดตัว เลิกกิจการ ล้มหายตายจากไปตามกาลเวลา หักปากกาเซียนเศรษฐกิจที่คิดว่ายุคข้าวยากหมากแพงรีเทิร์นเช่นนี้จะทำให้เสื้อผ้ามือสองราคาถูกเป็นทางเลือกเพื่อประคับประคองค่าใช้จ่าย กลับกันกลายเป็นว่าทุกวันนี้ทั้ง ๆ ที่เศรษฐกิจฝืดเคืองแต่ผู้คนก็ยังเลือกที่จะใช้ของใหม่มากกว่าเพราะกระแสแฟชั่นที่ดูทันสมัย ดูร่ำรวย และสะอาดสะอ้านนั้นงามตากว่าเป็นไหน ๆ มาถึงจุดนี้วัยรุ่นยุค 90 คงใจหายไม่น้อยเพราะความเซอร์ถือว่าไม่เท่อีกต่อไป กลายเป็นแค่ความทรงจำที่กลืนหายไปกับกาลเวลาเช่นเดียวกับคำว่าจ๊าบที่สมัยนี้ไม่มีใครพูดกันอีกแล้ว